ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก

ผมมีโอกาสได้ไปพูดคุยเรื่องงานกับพรรคพวกแถวสวนหลวง เขตประเวศ จึงถือโอกาสไปเยี่ยมชุมชนเล็กๆ ที่อยู่บริเวณนั้น ชุมชนเล็กที่มีเพียง 26 หลังคาเรือน มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 150 คน ซึ่งพวกเขาคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และมาตรการของรัฐที่ออกมาโดยตรง ขณะเดียวกันในกรุงเทพมหานครมีชุมชนเปราะบางเช่นเดียวกันนี้อีกอย่างน้อย 1,500 แห่งและมีคนอาศัยอยู่อีกกว่า 1.2 ล้านคน
คนในชุมชนแห่งนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง มีทั้งเป็นแม่บ้าน พนักงานทำความสะอาด รปภ. เมื่อบริษัทต้องหยุดกิจการ พวกเขาจะเป็นคนแรกๆ ที่ถูกให้ออกก่อนพนักงานคนอื่น เพราะไม่ใช่ลูกจ้างประจำ ซึ่งการระบาดรอบใหม่นี้พวกเขาต้องหยุดงานและขาดรายได้ภายในสัปดาห์แรกที่มีการระบาดทันที
ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาได้รับผลกระทบโดยตรงและลำบากเดือดร้อนกันอย่างมาก และยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ นอกจากรับผลกระทบจากปัญหาที่พวกเขาไม่ได้ก่อ เรื่องราวของพวกเขาไม่อยู่ในรายงานข่าวประจำวัน คนส่วนใหญ่จึงไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่กินกันอย่างไร และต้องใช้ชีวิตอย่างไรในยามนี้
.
ที่บ้านหลังแรก
ได้พูดคุยกับเด็กผู้หญิงที่เป็นนักเรียนชั้นมัธยม ซึ่งอาศัยอยู่กับคุณยายและลูกสาวของคุณยายที่กำลังตั้งครรภ์ เด็กๆ สะท้อนปัญหาการปิดโรงเรียนได้อย่างชัดเจน โดยชี้ให้เห็นว่า การเรียนออนไลน์ผ่านโทรศัพท์ ทำให้ไม่สามารถเรียนและทำความเข้าใจบทเรียนได้อย่างเต็มที่ และโรงเรียนที่มีห้องเรียนกว้างขวางและในห้องก็มีเด็กเพียงแค่ 30 คน น่าจะพอทำให้นั่งห่างกันได้
.
บ้านหลังที่สอง
มีเด็กทั้งหมด 8 คน ผู้ใหญ่ 5 คน และมีผู้พิการอยู่ด้วย เป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เห็นว่านโยบายรัฐที่ให้เด็กหยุดเรียนอยู่บ้านเพื่อให้เด็กห่างกัน แต่ตามชุมชนแออัดเหลานี้มีครอบครัวลักษณะเช่นนี้ที่มีเด็กอยู่ถึง 8 คน เมื่อพวกเขาหยุดอยู่บ้านจึงอยู่กันอย่างแออัด
ผู้ปกครองในครอบครัวนี้แสดงความเป็นห่วงเด็กๆ ในเรื่องที่ต้องหยุดเรียนและการเรียนออนไลน์ ซึ่งมีปัญหาและอาจทำให้เด็กๆ เรียนไม่รู้เรื่อง เนื่องจากไม่ได้เรียนกับครูโดยตรง นอกจากนี้การระบาดของโควิดครั้งนี้ ทำให้ผู้ใหญ่ 2 คนในบ้านต้องหยุดงาน เนื่องจากที่ทำงานต้องปิดตามมาตรการของรัฐ ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ไม่มีความชัดเจน มีเพียงรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการตัดเย็บผ้าขาวม้าที่รับมาจากโครงการของศูนย์ดูแลคนพิการ แต่ดูเหมือนจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในการจุนเจือสมาชิกในบ้านทั้ง 13 ชีวิตขณะนี้ รวมทั้งต้องจัดสรรสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลและรักษาพยาบาลน้องที่เป็นผู้พิการในบ้านด้วย
.
บ้านหลังที่สาม
เป็นครอบครัวของครูที่สอนในโรงเรียนเอกชน ซึ่งหยุดงานและได้เงินเดือนเพียงบางส่วน ซึ่งยังไม่มีคำตอบจากที่ทำงานว่าจะจ่ายเงินเดือนอย่างไร จนทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก เพราะอาจทำให้ทั้งครอบครัวขาดรายได้ไปในที่สุด
.
นี่เป็นตัวอย่างเพียงส่วนหนึ่งของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ในประเทศนี้
แม้วันนี้รัฐบาลจะเริ่มออกมาพูดถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบบ้างแล้ว แต่ก็เป็นการเริ่มพูดหลังจากประชาชนได้รับผลกระทบกันมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะผลกระทบเกิดขึ้นในทันทีที่รัฐประกาศมาตรการบังคับต่างๆ โดยเฉพาะคนยากคนจนและผู้ที่ต้องหยุดงานจากมาตรการของรัฐผโดยตรงซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดมาโดยตลอด ดังนั้นจึงล่าช้าไม่ได้ ยิ่งช้าผู้ได้รับผลกระทบทุกคนจะยิ่งยากลำบาก
ที่สำคัญคือการเยียวยาที่จะเกิดขึ้นนั้น จะมากเพียงพอและครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน มีใครต้องตกหล่นไม่ได้รับการเยียวยาหรือไม่และเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก รัฐบาลมีบทเรียนมาแล้วจากการระบาดครั้งที่แล้ว จึงไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาและผิดพลาดซ้ำซากอีก
 
 

 

 
 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0

4 ความเห็น

 
ICT
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ยกฟ้อง ‘ฐนกร’ ม.112 กรณีแสดงความคิดเห็นเรื่องคุณทองแดง และยกฟ้อง ม.116 กรณีแชร์ผังอุทยานราชภักดิ์
เวลา 13.00 น. วันนี้ (13 มกราคม 2564) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลจังหวัดสมุทรปราการมีคำสั่งยกฟ้องคดีที่นายฐนกร ถูกดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการกดไลค์เพจ และแสดงความเห็นเรื่องคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ รัชกาลที่ 9
โดยศาลให้เหตุผลว่า การกดไลค์เพจที่มีภาพปกไม่เหมาะสมไม่ได้แปลว่าจำเลยเห็นด้วยกับภาพหรือจงใจให้ผู้อื่นเห็นภาพ
ทั้งนี้ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องในคดีที่ฐนกรถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ด้วย จากการที่เขาแชร์ผังทุจริตอุทยานราชภักดิ์ในปี 2558 โดยศาลวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวไม่ผิด ม.116 เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตของประชาชน ทั้งยังเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย
สำหรับคดีนี้เริ่มขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2558 ฐนกรถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัว และพาตัวไปในค่ายทหารเป็นเวลาหลายวันเพื่อสอบถามเรื่องการโพสต์ภาพแผนผังเครือข่ายการทุจริตในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ และซักถามขยายผลเพิ่มเติมโดยที่ญาติไม่ทราบเรื่องสถานที่ควบคุมตัว
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2558 หลังจากที่ถูกควบคุมตัวเป็นเวลาถึง 7 วัน ทหารได้นำตัวฐนกรไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามดำเนินคดีในข้อหาทั้งสามข้างต้น ก่อนจะส่งฟ้องต่อศาลทหารเมื่อวันที่ 4 มี.ค.59
สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว การสืบพยานทำไปได้เพียง 5 ปาก กระทั่งคดีถูกโอนย้ายมาศาลพลเรือนคดีจึงมีความคืบหน้ามากขึ้น ซึ่งหากรวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มดำเนินคดีในศาลทหาร มาจนถึงศาลพลเรือนมีคำพิพากษาในวันนี้ คดีนี้ใช้เวลาถึง 5 ปีเศษ
.....
อ่านเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับคดี 112 คลิกลิงก์ https://waymagazine.org/tag/112/
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
3 ชม.  ·
 
เมืองควังจู(광주 光州)เกาหลีใต้ เสนอให้ 18 พฤษภาของทุกปี เป็นวันสากลแห่งการห้ามทหารแทรกแซงการเมือง
เมืองควังจู(광주 光州)เกาหลีใต้ เสนอให้ 18 พฤษภาของทุกปี เป็นวันสากลแห่งการห้ามทหารแทรกแซงการเมือง
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT
"รัฐธรรมนูญใหม่ต้องถอดบทเรียนจากอดีต" คำเตือนจากนักประวัติศาสตร์
ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์คนสำคัญของเมืองไทย กล่าวในงานเสวนา 'New Constitution New Consensus: ออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ สร้างฉันทามติใหม่ เพื่ออนาคตสังคมไทย' ว่า รัฐธรรมนูญใหม่ต้องถอดบทเรียนจากอดีตไม่ซ้ำรอยเดิม รัฐธรรมนูญไม่ควรจะออกแบบด้วยความคิดความเชื่อที่รังเกียจการเมือง และต้องส่งเสริมให้สถาบันทางการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน เช่น สภาผู้แทนราษฎร หรือ การปกครองส่วนท้องถิ่น เข้มแข็งและแข็งแรงให้มากยิ่งขึ้น
รัฐธรรมนูญใหม่ต้องไม่รังเกียจการเมือง
ศ.ดร.นิธิ กล่าวว่า ช่วงเวลาปัจจุบันเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องคิดเรื่องรัฐธรรมนูญให้ดี เพราะถ้าโยนเรื่องนี้ไปให้สภาตัดสินใจแต่เพียงฝ่ายเดียวก็อาจจะเป็นการโยนให้ "หมาแดก" หรือเข้าทางฝ่ายผู้มีอำนาจเต็มประตู แต่ในฐานะนักประวัติศาสตร์ทำให้เขามีข้อห่วงกังวลอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือ ไม่ต้องการให้การสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญซ้ำร้อยกับสมัยการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ที่อาศัยผู้เชี่ยวชาญมาช่วยกันศึกษาวิจัย และนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับที่ "รังเกียจการเมือง" ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว
ศ.ดร.นิธิ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2540 มีความตั้งใจตั้งแต่ต้นที่จะลดปริมาณของการเมืองให้ออกจากการเมืองไทย และนำอำนาจของสิ่งที่เรียกว่า "คนดี" หรือ "ผู้เชี่ยวชาญ" มาครอบตัวการเมืองเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เช่น การกำหนดให้วุฒิสมาชิกห้ามสังกัดพรรคการเมือง ต้องหย่าการเมือง แต่ให้ ส.ว. มีอำนาจในการเลือกองค์กรอิสระทั้งหลาย แล้วต่อมา พอมีการรัฐประหาร คณะรัฐประหารก็เข้าไปแทรกแซงกระบวนการได้มาซึ่งวุฒิสภาทำให้เกิดเป็นปัญหา ดังนั้น ต้องระมัดระวังไม่ให้ซ้ำร้อยเดิม
ศ.ดร.นิธิ กล่าวถึงความกังวลประการที่สองว่า การตั้งใจสร้างองค์ความรู้เพื่อให้รัฐธรรมนูญตอบโจทย์ในอนาคตจะเป็นปัญหา ถ้ารัฐธรรมนูญเข้าไปกำหนดเรื่องการเขียนนโยบาย เพราะถ้าเขียนนโยบายไว้ในรัฐธรรมนูญจะทำให้แก้ไขได้ยาก
ศ.ดร.นิธิ เสนอว่า รัฐธรรมนูญที่ดีแทนที่จะคิดถึงอนาคต ควรจะคิดถึงความผิดพลาดในอดีต และต้องเรียนรู้ว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งที่ผ่านมามีองค์กรหรือกลไกมากมายที่ขัดขวางประชาธิปไตยไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เริ่มต้นตั้งแต่เจ้า กองทัพ ตุลาการ กระบวนการยุติธรรม กลุ่มทุน การคอรัปชั่น สรรมถภาพในการบริหารประเทศ อำนาจกำกับควบคุมของประชาชน สื่อที่ไม่มีคุณภาพ และวัฒนธรรมที่ช่วยกดขี่
รัฐธรรมนูญต้องเพิ่มอำนาจ "สภาผู้แทนราษฎร"
ศ.ดร.นิธิ กล่าวว่า ประชาชนในประเทศไทยไร้อำนาจอย่างยิ่ง โดยสิ่งที่สะท้อนปัญหานี้อย่างชัดเจนที่สุดคือ "สภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย" เพราะไม่มีสภาที่ไหนในโลกนี้ที่ไม่มีบทบาทอะไรเลยเท่ากับประเทศไทย ทั้งที่ สภาคืออำนาจของประชาชน ประชาชนมีพื้นที่ในการแสดงออกผ่านระบบสภา
ศ.ดร.นิธิ เสนอว่า รัฐธรรมนูญต้องให้อำนาจแก่สภามากขึ้น ที่ผ่านมาก่อนหน้า 24 มิถุนายน 2475 สถาบันการเมืองที่สำคัญมีเพียงสถาบันพระมหากษัตริย์ ระบบราชการ กองทัพ และตุลากร แต่หลังการปฏิวัติ 2475 แม้ว่าคณะราษฎรจะยึดอำนาจแล้ว ก็แทบไม่ได้แตะต้องกับสถาบันสำคัญทั้งสี่อย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นตุลาการ ก็ไม่แตะต้อง หรือ กองทัพก็ทำเพียงไล่คนที่ไม่น่าไว้วางใจออกและเอาคนของตัวเองเข้าไปเป็นผู้บังคับบัญชา ไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างของกองทัพ ดังนั้น สภาจะต้องเข้าไปกำกับควบคุมให้ได้ เช่น ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงทั้งหมดของทั้งสี่อย่างต้องผ่านการเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร
ศ.ดร.นิธิ กล่าวว่า อย่างตำแหน่งพระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญ 27 มิถุนายน 2475 พระมหากษัตริย์ไม่ได้สืบราชสมบัติตามกฎมณเฑียรบาลอย่างเดียว แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วย หรืออย่าง ผบ.ทบ. ซึ่งมีกำลังคนและอาวุธในการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของคน สภาผู้แทนราษฎรต้องให้ความเห็นชอบ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ หรือข้าราชการระดับสูง สภาผู้แทนราษฎรต้องให้ความเห็นชอบ
เช่นเดียวกับองค์กรอิสระ คำถามสำคัญขององค์กรอิสระ คือ "อิสระจากใคร" ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กำหนดให้เป็นอิสระจากรัฐบาล และในขณะเดียวกัน ก็เป็นอิสระจากประชาชนด้วย ซึ่งไม่ถูกต้อง การเป็นอิสระจากรัฐบาลทำได้ แต่เป็นอิสระจากประชาชนไม่ได้ ดังนั้น สิ่งเหลานี้รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบ แต่ควรจะลดความเป็นการเมือง โดยใช้กลไกอย่างให้พรรคฝ่ายค้านหรือพรรครัฐบาลให้ความเห็นชอบแบบเดียวกับการเลือกอนุญาโตตุลาการ คือถ้าฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสนอ ฝ่ายค้านไม่รับก็ได้ ไม่เกี่ยวกับการโหวต คุณต้องเสนอชื่อคนที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับทั้งคู่ จึงจะผ่าน
ในขณะเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจให้แก่ประชาชน นอกจากบทบาทหรืออำนาจทางการเมืองในระบบแล้ว สิ่งที่ประชาชนจะลงมาทำหรือบริหารเองได้ก็คือท้องถิ่น ต้องมีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ไม่ใช่แค่อำนาจและงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกระจายการจัดการทรัพยากรไปให้คนในท้องถิ่นได้จัดการได้เองด้วย
รัฐธรรมนูญใหม่ ส.ว. มีได้ แต่ต้องมาจากการเลือกตั้ง
ศ.ดร.นิธิ กล่าวว่า ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่าวุฒิสภาไม่ควรมี แต่ถ้าจะมีต้องมาจากการเลือกตั้ง และหน้าที่ของวุฒิสภาต้องไม่มีอำนาจในการเข้ามาตรวจสอบสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ เช่น เพิ่มงบประมาณในการพิมพ์หนังสือ ออกวิทยุ ทำรายการโทรทัศน์ นำเอาประเด็นต่าง ๆ ที่กำลังจะกลายเป็นกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎรมาบอกกับสังคม มาฟ้องสังคม มาบอกให้สังคมคิดอีกด้านหนึ่ง มาชวนให้สังคมมองประเด็นปัญหาให้กว้างขึ้น แต่อำนาจในการยับยั้ง ควรเป็นอำนาจในทางพิธีกรรม วุฒิสภาต้องเป็นผู้ถ่วงดุลสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ใช่การถ่วงดุลโดยอำนาจทางกฎหมาย แต่ถ่วงดุลผ่านสังคม ผ่านประชาชน
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ประชาชน

เปื่อยสุด ๆ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0