รัฐล้มเหลว ยังเก่ง กร่าง !!! “ไม่รู้ I Here ที่ไหนฮิ แ-กส่วยบ่อนพุงกางแล้วมาเข้มงวดเอาผิด Ku”

รัฐล้มเหลว ยังเก่ง กร่าง !!! “ไม่รู้ I Here ที่ไหนฮิ แ-กส่วยบ่อนพุงกางแล้วมาเข้มงวดเอาผิด Ku”

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_5691044

รัฐล้มเหลวยังเก่งกร่าง

 

 

 

8 ม.ค. 2564 - 10:19 น.

 

 

 

 

 

 

 

คอลัมน์ ใบตองแห้ง

รัฐล้มเหลวยังเก่งกร่าง - การ์ดอย่าตกๆ ประชาชนไม่เคยการ์ดตก โควิดไม่ได้ระบาดจากม็อบ โควิดไม่ได้ระบาดจากคอนเสิร์ต โควิดไม่ได้ระบาดจากร้านอาหาร จากการใช้ชีวิตประจำวัน

โควิดระบาดจากขบวนการส่งผู้หญิงไทยไปค้าบริการประเทศเพื่อนบ้าน โควิดระบาดจากเครือข่ายค้ามนุษย์ ลักลอบนำเข้าแรงงาน โควิดระบาดจากบ่อน ที่ไม่รู้ส่งส่วยให้ใคร จนกลายเป็น “โกดัง”

แต่เมื่อมีสถานการณ์โรคระบาด ประชาชนก็จำเป็นต้องพึ่งอำนาจรัฐ จำกัดควบคุมการแพร่เชื้อ ประชาชนจำเป็นต้องยอมรับคำสั่งจำกัดสิทธิเสรีภาพ สร้างความลำบากในการทำมาหากิน เพื่อรอดพ้นสถานการณ์ไปด้วยกัน

กระนั้น รัฐล้มเหลวก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะมาเรียกร้องให้ประชาชน “รับผิดชอบส่วนรวม” หยุดเชื้อเพื่อชาติ กักตัวอยู่บ้าน ล็อกดาวน์ตัวเอง ฯลฯ ชาวบ้านจึงมีสิทธิด่าสวน ไม่ได้อยู่บ้านหลวงน้ำไฟฟรีมีเงินเดือนเงินประจำตำแหน่งนี่หว่า ชาวบ้านมีสิทธิด่า “รัฐบาลเฮงซวย” ปล่อยปละละเลยจนร้ายแรง

เช่นกัน ถ้ารัฐออกมาตรการล้นเกิน หรือคลุมเครือ สร้างความลำบากเกินเหตุ อะไรๆ ก็จะเอาผิด เช่น ไม่โหลดแอพหมอชนะมีความผิด ติดคุก 2 ปีปรับ 4 หมื่น เดินทางข้ามเขตต้องไปแออัดที่อำเภอรอเจ้านายเซ็นอนุมัติรายวัน ฯลฯ

ถ้าอะไรนิดอะไรหน่อยโดนตำรวจจับ คนระยองคนเมืองจันท์ก็มีสิทธิบ่น “ไม่รู้ I Here ที่ไหนฮิ แ-กส่วยบ่อนพุงกางแล้วมาเข้มงวดเอาผิด Ku” แบบเดียวกับไม่จับบ่อนไม่เฝ้าชายแดน ยกทัพ ตชด.มาจับ WeVo ขายกุ้ง จับหมอบูรณ์ขอคืนเงินประกันสังคม โดยอ้างฉุกเฉินโควิด

อย่าอ้างเลยว่าคนทำผิดโดนย้ายแล้ว ทั้งผู้การผู้บัญชาการ โฆษกตำรวจโทษคนในองค์กรเกิดความโลภ ที่เหลือเป็นพระ? จะให้ประชาชนปลาบปลื้มน้ำตาไหล ปรบมือให้นครบาลไล่จับบ่อนร้าง ไชโยให้ ตม.จับแรงงานต่างด้าว ทั้งที่สมุทรสาครมีเป็นแสนๆ ไม่รู้ไม่เห็น

คำสั่งที่ออกมาบังคับคน 5 จังหวัดจึงมีทั้งจริงและหลอก คำสั่งจริงคือส่วนที่บังคับจับปรับประชาชน คำสั่งหลอกคือส่วนที่บอกให้ปราบบ่อนปราบค้าแรงงานเฉียบขาด เพราะอย่างมากก็จับแพะ

รัฐล้มเหลวยังใช้วิธีการเดิมๆ คือปลุกให้คนกลัว เพื่อให้ยอมรับอำนาจพิเศษ แล้วสถาปนาตัวกลับมาเป็นพระเอก ลุงปราบโควิดเก่งที่สุดในโลก

 

ทั้งที่โควิดรอบใหม่ แม้ระบาดเร็ว แต่ความรุนแรงน้อยลง แน่ละอย่าประมาท แต่ก็อย่าประสาทกิน จนลืมไปว่ามาตรการระเบิดภูเขาเผากระท่อมฆ่าไวรัสเป็นศูนย์ อย่างที่ใช้ในรอบแรก ทำให้โควิดไม่ได้กินแค่ปอด แต่ยังกินสร้อยแหวนเงินทองลามไปถึงบ้านรถ

 

วิธีคิดแบบรัฐประยุทธ์ ยังชี้นำให้ประชาชนโทษกันเอง อาศัยนิสัยคนไทยชอบแส่ เผือกเรื่องชาวบ้าน พอเปิดไทม์ไลน์ก็วิพากษ์วิจารณ์ “เที่ยวเก่ง” ตั้งแง่ว่าปกปิดอะไรไว้ กลายเป็นปัจเจกชนไม่มีวินัย ทำให้เดือดร้อนส่วนรวม รัฐที่ควรเป็นผู้รับผิดชอบ กลับลอยนวล

แบบผู้ว่าฯ ด่ากราด คนไปจากพื้นที่เสี่ยงเป็นตัวโรคระบาด ทำให้คนทั้งจังหวัดเดือดร้อน อ้าว แล้วรัฐห้ามเขาเดินทางหรือไร รัฐสนับสนุนให้คนเที่ยวปีใหม่อีกต่างหาก

รัฐลอยนวลโทษปัจเจกเป็นคนบาป โทษเจ้าหน้าที่เป็นไอ้ชั่ว (แต่จับใครไม่ได้สักราย) ตัวเองปกครองด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จมา 7 ปีไม่เคยผิดอะไร ที่บ้านเมืองเป็นอย่างนี้เพราะประชาชนไม่เชื่อฟัง ไม่อยู่ในโอวาท พอเกิดวิกฤตก็ใช้อำนาจเข้มงวด อ้างปกป้องคนส่วนใหญ่ต้องบังคับใช้กฎหมายกับคนส่วนน้อย

โดยใช้อำนาจล้นเกินแบบรัฐราชการ ออกคำสั่งโดยไม่ดูความเป็นจริงไม่รับผิดชอบ แบบคนชลบุรีต้องไปแออัดเพื่อขอใบเดินทาง ทั้งที่ข้ามไปทำงานปลวกแดงทุกวัน ผู้ว่าฯ บางจังหวัดก็สั่งใช้ใบตรวจโควิด ผลักภาระโดยไม่อำนวยความสะดวก

รัฐราชการล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ยึดครองอำนาจได้ด้วยการโทษนักการเมือง ทั้งที่ปัจจุบันกวาดต้อนนักการเมืองมาไว้ใต้อำนาจ อ้างตนโปร่งใส กวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่รัฐประหารใหม่ๆ ผลเป็นอย่างไร ล้มเหลวสิ้นเชิง ทั้งนายบ่อน ผู้มีอิทธิพล คนขายแป้ง ล้วนเป็นนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล พวกเป่านกหวีดปฏิรูปตำรวจ ไม่รู้หายหัวไปไหนหมด

รัฐเป็นใหญ่ยกตนเป็นบิดา เป็นญาติผู้ใหญ่ สั่งสอนอบรม โทษประชาชนไม่ดี ทั้งที่จริงไม่ใช่บิดา เพราะรู้ว่าออกคำสั่งให้ประชาชนลำบาก บิดาต้องรีบช่วย นี่กลับอ้างว่าไม่ล็อกดาวน์ เพราะกลัวต้องจ่ายชดเชย ทั้งที่ปิดกิจการไปแล้วมากมาย ฟิตเนส ร้านนวด สปา ผับบาร์ ฯลฯ ยังไม่ออกมาตรการมาช่วยอะไรเลย

นี่ไม่ใช่รัฐบิดา เป็นรัฐเจ้านาย รอคนให้ลำบากมากๆ ค่อยออกมาตรการแล้วทวงบุญคุณ

ไม่แปลกหรอกที่รัฐนี้จะถูกต่อต้าน ถูกวิจารณ์หนัก คนไม่ยอมรับมาตรการ ตั้งข้อกังขาการจัดซื้อวัคซีน และการจัดลำดับ ใครได้ฉีดก่อนหลัง มีอภิสิทธิ์หรือไม่

โควิดจางเมื่อไหร่ไว้คอยดูกัน พวกดันทุรังปกป้องรัฐบาลจะยังเสียงดังแค่ไหน

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

9 ความเห็น

 
ICT

https://www.matichon.co.th/politics/news_2519430

09.00 INDEX ไวรัส จากโควิด น่ากลัวยิ่งแล้ว ​​​ไวรัส จากการบริหาร ยิ่งน่าวิตก

 

 

 

 

 

 

09.00 INDEX ไวรัส จากโควิด น่ากลัวยิ่งแล้ว ​​​ไวรัส จากการบริหาร ยิ่งน่าวิตก

 

ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ล้วนเป็นทหาร ล้วนเคยเป็นผู้บัญชา การทหารบก

 

​ย่อมรู้เป็นอย่างดีว่า ทุกคำสั่ง ทุกคำบัญชา ต้องศักดิ์สิทธิ์ ต้องสามารถปฎิบัติได้อย่างเคร่งครัด

 

​เพราะหากไม่ศักดิ์สิทธิ์ บทบาทและความหมายล้วนสูญเปล่า

 

​ตัวอย่างที่คำสั่ง คำบัญชากำลังกลายเป็นปัญหาและเป็นปัญหารายวันนับแต่เข้าสู่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 เป็นต้นมา ถือได้ว่าเป็นการท้าทาย

 

​ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกำหนดเวลาเปิด ปิดร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกำหนดสถานที่อันเป็นโรงพยาบาลสนาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความผิดอันเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นบางแอพพลิชั่น

 

​หากตอนเช้าคำสั่งออกมาอย่างหนึ่ง แต่เมื่อถึงตอนบ่ายกลายเป็นอีกอย่างหนึ่ง ความสับสนย่อมเกิดตามมา

 

​คำสั่งจึงอยู่ที่ว่า “อำนาจ” ในการสั่งการอยู่ในมือของผู้ใดกันแน่

 

เพียงจุดต่างในคำสั่งระหว่างผู้ว่าฯกทม.กับการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาของนายกรัฐมนตรี ก็ทำให้สถานะและความน่าเชื่อของผู้ว่าฯกทม.ต้องเสื่อมทรุดตกต่ำอยู่แล้ว

 

 

​การที่ตอนเช้าโฆษกศบค.พูดอย่าง ตกตอนบ่ายรองนายกรัฐมน ตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปลี่ยนเป็นอีกอย่าง

 

​คำถามไม่เพียงแต่จะมีต่อการทำหน้าที่ของโฆศกศบค.เท่านั้น หากแม้กระทั่งการทำหน้าที่ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็กลายเป็นข้อกังขา

 

​ทั้งนี้แทบไม่ต้องเอ่ยถึงคำแถลงที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงไม่ว่าในกรณีของการเข้ามาของแรงงานข้ามชาติ ไม่ว่าในกรณีการดำรงอยู่ของบ่อนการพนัน

 

 

​เพราะนายกรัฐมนตรีพูดอย่าง รองนายกรัฐมนตรีพูดอย่าง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพูดอย่าง

 

​คำถามก็คือ สัจจะและความเป็นจริงอยู่กับใคร

 

การแพร่ระบาดเข้ามาของไวรัส โควิด-19 เป็นเรื่องเลวร้ายน่ากลัวอยู่แล้ว การบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาของโควิดยิ่งเรียกร้องความรู้เข้า ใจเป็นอย่างสูงในการสร้างความเชื่อมั่น

 

​หากแม้กระทั่งรัฐบาลและหน่วยราชการต่างๆก็ตกอยู่ในสภาพโกลาหลเสียแล้วความเชื่อมั่นจะบังเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
8 ม.ค. 2563 กลุ่มนักเรียนเลวจัดกิจกรรมเรียนออนไลน์หน้ากระทรวงศึกษาธิการ สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพ และไร้มาตรฐานของการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ในสถานการณ์โควิด-19 โดย ผกก.สน.ดุสิต ประเตือนให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดห้ามชุมนุม และมีมาตรการรัดกุมในการจัดกิจกรรม เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
ภาพโดยกันต์ แสงทอง
ติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมล่าสุดที่ https://prachatai.com/journal/2021/01/91119
 
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
หาคนอื่นแถลงเถอะครับ
คุณทวีศิลป์แถลงสร้างความสับสนตั้งแต่ "ภาระภาษี" และ "ไม่โหลดแอพมีความผิด" หลายครั้งถูกสังคมวิจารณ์จนลุกลามเป็นประเด็นการเมืองระหว่างประชาชน-ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ผมว่าตอนนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขแถลงดีกว่าครับ เพราะกระทรวงแถลงแล้วไม่เคยเกิดปัญหาแบบนี้เลย
คุณทวีศิลป์มีปัญหาในการแถลงตั้งแต่โควิดระบาดรอบแรกเรื่องพูดเรื่องอื่นมากไป ท่าทีหลายครั้งมีลักษณะอำนาจนิยม คุณทวีศิลป์จะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่คนที่มองแบบนี้มีตั้งแต่รอบที่แล้ว พอถูกใครวิจารณ์ทีก็ไปปั่นให้เป็นประเด็นการเมืองตอบโต้คนวิจารณ์ที
ถ้า ศบค.ไม่ปรับก็น่าห่วงว่าตำแหน่งที่ควรมีหน้าที่สร้างความเข้าใจและ "รวมไทยสร้างชาติ" จะเป็นตำแหน่งที่ทำให้คนไม่อยากร่วมมือกับรัฐบาล
ย้ำอีกครั้งครับว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่เคยแถลงอะไรแล้วถูกสังคมวิจารณ์ เอาคนที่ยังมีภาพกระทรวงชัดๆ มาทำหน้าที่แถลงดีกว่าจะเอาคนที่มีภาพการเมืองแรงขึ้นทุกวัน
งานสาธารณสุขควรให้คนที่เป็นหมอที่เกี่ยวข้องโดยตรงแถลง ไม่ใช่จิตแพทย์ และงานนโยบายควรแถลงโดยคนของรัฐบาล นั่นก็คือโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี
กองเชียร์รัฐบาลไม่ต้องดราม่านะครับ ผมติดเพื่อก่อ อยากเห็นการทำงานของ ศบค.ราบรื่น ไม่ใช่มีปัญหาจุกจิกจากการช่างจ้อจนเกิดประเด็นการเมืองเพราะคนแถลงจ้อเกินงาม
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
 
ICT
เห็นด้วย ครับ ท่าน สส.คนเก่ง
 
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความพูดว่า "ถึงเวลา เวลา เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี มาใช้พัฒมนาประเทศ" อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 7 มกราคม 2564 เมือง ในกะลา Polltics kalaland mร"

 

เมื่อวาทกรรม ‘ไม่มีบ่อนในไทย’ ทำให้การควบคุมโควิด-19 ระลอกใหม่ยุ่งยากขึ้น
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ The Momentum ถึงการมีอยู่ของบ่อน และการทำให้บ่อนเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยอมรับว่ามีบ่อนอยู่จริง เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แทนที่รัฐบาลจะออกมาปฏิเสธ ควรจะหันมายอมรับความจริงในจุดนี้ ด้วยการทำให้บ่อนถูกกฎหมาย เปลี่ยนจากการจ่าย ‘ส่วย’ เป็น ‘ภาษี’ เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ
.
“การเล่นการพนันถือเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของคนไทย หากไปย้อนดูประวัติศาสตร์ก็จะพบว่า ประเทศไทยมีการเล่นพนันอยู่ตลอด ยกตัวอย่างในยุคของพระนเรศวรก็มีการเล่นพนันชนไก่ หรือสิ่งที่สามารถสังเกตได้ง่ายกว่านั้นคือ เวลาที่มีงานศพ ก็จะมีวงไพ่ วงไฮโล"
.
ขณะเดียวกัน แม้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนออกมาปฏิเสธการมีอยู่ของบ่อน แต่กลับมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแจ้งพิกัด พร้อมหลักฐานรูปภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเธอก็เคยใช้พื้นที่ตรงนี้เผยแพร่พิกัดของบ่อนการพนันออกไป แต่จะให้ทำแบบนี้ตลอดก็ไม่ได้ เพราะหากบอกที่อยู่ของบ่อนไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและพบว่าไม่มีแล้ว ก็เป็นตัวเธอเองที่เดือดร้อน
.
“สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือ มีตำรวจชั้นผู้น้อยเป็นคนแจ้งเบาะแสเอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเหลานั้นก็รู้สึกอึดอัดต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพราะตำรวจชั้นผู้น้อยไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้"
.
สำหรับมาตรการที่รัฐบาลจะแต่งตั้งคณะกรรมการการปราบปรามบ่อนการพนันนั้น อมรัตน์มองว่า เหมือนวัวหายล้อมคอก หากไม่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาด รัฐบาลก็จะยังคงปฏิเสธการมีอยู่ของบ่อน จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่รอบนี้เกิดขึ้น
.
เธอทิ้งท้ายว่า เรื่องบ่อนพนัน ไม่มีนักการเมืองที่ไหนอยากพูด เพราะเมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา หลายคนมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ การเล่นพนันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ถึงเวลาแล้ว ที่ไทยจะได้ใช้ประโยชน์ นำมาเก็บเป็นภาษีพัฒนาประเทศ การทำให้บ่อนการพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนสามารถเข้าใช้บริการได้ เพราะสามารถกำหนดกฎระเบียบ อายุขั้นต่ำในการใช้งาน รวมไปถึงการดูความเคลื่อนไหวในบัญชี เมื่อทำให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายก็จะสามารถดูแลควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น
บทความบางส่วนจาก​ : THE​ MOMENTUM
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
ขอคารวะ
 
 
 
 
 
 
 

 

แจ้งเงินรับเข้า 570,000 (ห้าแสนเจ็ด)
และแจ้งการเปิดเพจ “กองทุนราษฎรประสงค์”
——————————
ดังที่หลายท่านคงได้ทราบแล้วว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดี 112 ของ “แม่จ่านิว” ที่มักเรียกกันว่า “คดีจ้า” ดังรายงานนี้ของศูนย์ทนายฯ https://tlhr2014.com/archives/24337 ดิฉันในฐานะนายประกันคดีดังกล่าวจึงได้ทำเรื่องยื่นขอเงินประกันจำนวน 500,000 บาทคืน และในที่สุดศาลได้โอนคืนเข้าบัญชีในชื่อของดิฉันเรียบร้อยแล้วในวันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งดิฉันก็ได้โอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีกองทุนประกันตัวเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ดังหลักฐานภาพสมุดบัญชีที่นำมาแสดงนี้
ทั้งนี้ ท่านจะเห็นจากหน้าสมุดว่ามียอดเงิน 70,000 บาทโอนเข้ามาในวันดังกล่าวเช่นกัน นั่นคือเงินประกันคดีที่เรียกกันว่า "คดีเดินคนเดียว” ของคุณพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ ที่ศาลยกฟ้องไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา (ดูรายงานศูนย์ทนายฯ https://tlhr2014.com/archives/2404) และโอนเงินประกันคืนกลับมาให้ดิฉันในวันเดียวกันกับที่โอนเงินประกัน “คดีจ้า” คืนมานั่นเอง
เงินประกันในสองคดีข้างต้นเป็นเงินจากกองทุนประกันตัวเดิมก่อนหน้านี้ (กองอานนท์+วีรนันท์+ไอดา) ที่บัดนี้มายุบรวมเป็นกองเดียวกับกองปัจจุบัน จึงเป็นอันว่าเรามีเงินสมทบเข้ามาอีก 570,000 บาท ทำให้ยอดเงินกองทุนประกันตัวตอนนี้อยู่ที่ 4,486,122.12 บาท หรือราว "สี่ล้านสี่" ดังที่เห็นในหน้าสมุดบัญชี ซึ่งน่าจะทำให้ทุกท่านที่เป็นกังวลเรื่องเงินประกันคดี 112 และคดี พรก.ฉุกเฉิน หรือคดีอื่นใดที่กำลังอยู่ระหว่างการรายงานตัว-การส่งตัว กันอยู่ในขณะนี้ พอจะใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง ถ้าสั่งฟ้องขึ้นมาเมื่อไหร่ เราก็พร้อมไปประกันหากว่าได้รับการแจ้งจากทีมทนายค่ะ
และในวาระเปิดศักราชใหม่นี้ ดิฉันขอถือโอกาสนี้แจ้งความคืบหน้าว่า ดิฉันและอาจารย์ชลิตา ได้ตัดสินใจเปิดเพจกองทุนเงินประกันตัวที่เราดูแลอยู่กองนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่กลางในการสื่อสารเกี่ยวกับการใช้จ่ายของกองทุนและข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ใช้ชื่อเพจว่า
กองทุนราษฎรประสงค์

ซึ่งจะกลายมาเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของกองทุนนี้ ที่มีชื่อรองขยายความว่า “เพื่อการประกันตัวคดีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง”

เหตุที่ตัดสินใจใช้ชื่อว่ากองทุนราษฎรประสงค์ ก็เพื่อเป็นการรำลึกกลับไปยังจุดริเริ่มตั้งต้นของแนวคิดจัดตั้งองค์กรทนายความอาสาและการตั้งกองทุนช่วยเหลือเรื่องการประกันตัวแก่ผู้ต้องหาคดีการเมืองเมื่อปี 2553 หลังการสลายการชุมนุมของประชาชนในนามคนเสื้อแดงที่ถนนราชประสงค์ โดยในครั้งนั้นเราใช้ชื่อว่า “ราษฎรประสงค์” เพื่อสะท้อนถึงวาระอันเป็นเหตุตั้งต้นคือการสังหารหมู่ที่ราชประสงค์ และเพื่อบอกถึงพลังของการแสดงเจตจำนงประสงค์ของประชาชนผ่านการระดมเงินประกันตัว ซึ่งความพยายามอย่างมวยวัดในครั้งนั้นค่อยคลี่คลายมาจนในปัจจุบันที่มีการตั้งองค์กรอาชีพทนายความขึ้นมารองรับอย่างเป็นกิจจะลักษณะ รวมทั้งเกิดกองทุนประกันตัวขึ้นมาอีกหลายกองทุนอย่างน่ายินดี และอีกเหตุผลหนึ่งที่ใช้ชื่อดังกล่าวนี้ก็เพราะเห็นถึงความพ้องกันโดยบังเอิญของสปิริตอย่าง “ราษฎรประสงค์” ในวันนั้น กับ “(คณะ)ราษฎร--ประสงค์” ในวันนี้
หลังจากนี้ทั้งดิฉันกับอาจารย์ชลิตาก็จะได้ผลัดกันมาเล่าถึงการใช้เงินต่างๆทั้งในอดีตและปัจจุบันของกองทุนนี้ผ่านทางหน้าเพจดังกล่าว เพื่อให้เป็นพื้นที่ในการรายงานความเคลื่อนไหวของกองทุน พร้อมกับบันทึกเรื่องราวการต่อสู้ของประชาชนผ่านการแสดงพลังระดมเงินประกันด้วยพร้อมๆกัน ซึ่งแอดมินเพจก็คือดิฉันและอาจารย์ชลิตาเองค่ะ (อันนี้ก็แจ้งบรรดาหน่วยงานสอดส่องจับจ้องทั้งหลายไว้อย่างเปิดเผยด้วยเลยน่ะนะคะ จะได้ไม่ต้องเที่ยวรุ่มร่ามวุ่นวายเสาะหา)
จึงขอเชิญชวนทุกท่านไปกดไลค์เพจดังกล่าวไว้ แล้วตามไปพบกันนะคะ
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
big60

น่าจะเป็นประเทศเดียวในโลก ที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของประเทศ ต้องมาตั้งกองทุนเพื่อต่อสู้ทางด้านกฏหมาย กับคนส่วนน้อย ที่กุมอำนาจเหลานี้ทั้งหมดไว้ในมือ
...
ดูแล้วก็น่าอายแทน ประชาชนส่วนใหญ่คือหลักใหญ่ของประเทศ ค้ำประเทศให้ดำรงค์อยู่ได้ เป็นผู้ประกอบอาชีพทำมาหากินเสียภาษีหล่อเลี้ยงประเทศให้อยู่ได้
...
แต่ต้องมาตั้งกองทุนหาเงินเพื่อต่อสู้กับคนส่วนน้อยที่เอาแต่ผลประโยชน์ตัวเองและพรรคพวก ซึ่งคนพวกนี้ มีหรือไม่ ประเทศก็อยู่ได้ แต่คนส่วนใหญ่ประเทศใหนก็ขาดไม่ได้
...
ถ้าคนส่วนใหญ่อยู่ไม่ได้ ประเทศใหนก็จบ ลำพังคนมีเงินมีอำนาจอย่างเดียว ทำอะไรไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีคนส่วนใหญ่เป็นกำลังหนุนให้

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ประชาชน

เปื่อยสุด ๆ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
619

โควิดระบาดรอบนี้มาจากข้าราชการแดกกันเต็มๆทั้ง บ่อน ซ่อง ขนต่างด้าวเข้าเมือง แม่งเอาทุกรูปแบบประชาชนคนไทยแม่งรับกรรมกันไปเต็มๆ เด็กแม่งอยู่บ้านเรียนเลี้ยงควายยังไม่รู้เลยว่ามกราจะจบลงหรือเปล่า หาอนาคตกันไม่เจอจริงๆคนไทยในยุคที่เหื้ยแบบนี้

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0